รายละเอียดการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม   >>  ส่วนฝึกอบรม
   
 
 

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม

 

ดำเนินงานโดย ส่วนฝึกอบรม
มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย

การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมให้แก่ทุกภาคส่วน เป็นแนวทางสำคัญหนึ่งที่มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินการเพื่อขยายผลการให้องค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่มูลนิธิฯ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์มากว่า 20 ปี นำมาพัฒนาศักยภาพของบุคลากรโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจให้มีความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนักในด้านการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทุกระดับในแต่ละภาคส่วนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของการผลิต การใช้ การบริโภคให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีระบบการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรอย่างต่อเนื่องให้มีความทันสมัย ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสอดคล้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และ/หรือในลักษณะ
การทำงานแบบ Social Service โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรต่างๆที่สอดคล้องและทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบันอันจะทำให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและทุกภาคส่วนในวงกว้างได้ และนับตั้งแต่ปี 2548-ปัจจุบัน มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมและผ่านฝึกอบรมจากมูลนิธิฯ รวมแล้วมากกว่า 16,000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2556) ซึ่งสามารถสรุปการดำเนินงานพัฒนาศักยภาพบุคลากรออกเป็น 4 ส่วน โดยสังเขปดังนี้

  1. การฝึกอบรมบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน มูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรม ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมให้กับบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงาน ตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรม พ.ศ. 2545 และพ.ศ. 2554 ตามลำดับ ที่กำหนดให้โรงงานที่เข้าข่ายต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานปฏิบัติงานเพี่อลดมลพิษให้เหลือน้อยที่สุด โดยแบ่งหลักสูตรการฝึกอบรมหลัก ออกเป็น 3 ระดับ (ประกอบด้วย 7 หลักสูตร) คือ ระดับผู้จัดการสิ่งแวดล้อม ระดับผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ และระดับผู้ปฏิบัติงานประจำระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาการจัดการและดูแลระบบป้องกันสิ่งแวดล้อม ด้านมลพิษน้ำ อากาศ และการจัดการมลพิษกากอุตสาหกรรม
  2. การให้บริการจัดฝึกอบรมและให้คำปรึกษาในสถานประกอบการ (In-house Training) เช่น หลักสูตรเกี่ยวกับการจัดการพลังงานและอนุรักษ์พลังงาน การสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการสิ่งแวดล้อม การจัดการของเสีย กิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity; SGA) กฎหมายสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และ New Mechanism Post 2012 เป็นต้น
  3. การฝึกอบรม/การสัมมนาหลักสูตรต่างๆ ที่มูลนิธิฯ พัฒนาขึ้นมา เช่น การพัฒนาศักยภาพการดำเนินงานกลไกการพัฒนาที่สะอาด หลักสูตรแนวทางการลดความขัดแย้ง หลักสูตรเทคโนโลยีเพื่อการจัดการพลังงานในอาคาร (Technology for High Efficiency Energy in Building) หลักสูตรการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการบำบัดน้ำเสีย (Training Course on Advance Technology for Wastewater Treatment) หลักสูตรการจัดการองค์กรแบบครบวงจรด้วย Lean Management for Environment หลักสูตรการพัฒนา Green Product เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน หลักสูตรการดำเนินการแบบธุรกิจสีเขียวนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หลักสูตรการบริหารจัดการคุณภาพน้ำและน้ำเสียสำหรับผู้บริหาร หลักสูตรการบังคับใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมและภาษีสิ่งแวดล้อม หลักสูตรเทคนิคการตรวจสอบไฟฟ้าอย่างง่ายเพื่อช่วยลดรายจ่ายค่าไฟฟ้า
  4. กิจกรรมศึกษาดูงานและการเยี่ยมชมบริษัทที่เป็นแบบอย่างที่ดี ได้แก่ Best Practice ด้านการจัดการพลังงาน การจัดการสิ่งแวดล้อม การประยุกต์ใช้กิจกรรมกลุ่มย่อย (SGA) การใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการสื่อสารในองค์กรและเพื่อการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ (One page Management) การจัดการของเสียและกากอุตสาหกรรม แนวทางการพัฒนาโครงการด้านกลไกการพัฒนาที่สะอาด เป็นต้น  

ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้ง 4 ส่วนดังกล่าว มูลนิธิฯ จะให้ความสำคัญต่อการให้บริการ และการควบคุมคุณภาพที่เกี่ยวข้องกับการฝึกอบรมในทุกๆด้าน โดยเฉพาะการเลือกสรรวิทยากรบรรยายให้เหมาะสมในแต่ละหลักสูตร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมในด้านองค์ความรู้ที่จะได้รับ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริงได้ ตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนทั้งในระดับองค์กร ระดับประเทศ และระดับสากล ตามลำดับ

โดยสรุปแล้ว การดำเนินงานด้านพัฒนาศักยภาพบุคลากรดังกล่าวนั้น มีเป้าประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดความตระหนัก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีในการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงานและการจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การมีส่วนร่วมในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน ตลอดจนร่วมกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานที่ยั่งยืนในภาพรวมระดับประเทศ และยกระดับมาตรฐานในทุกด้านสู่การแข่งขันในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลกในที่สุด โดยได้มีการประยุกต์ใช้หลักการ เครื่องมือและวิธีการอื่นๆ ตามบริบทของ
แต่ละภาคส่วน  เช่น สังคมคาร์บอนต่ำ กลไกการพัฒนาที่สะอาด (Clean Development Mechanism) คาร์บอนฟุตพริ้นท์ การประเมินวัฏจักรชีวิตตลอดวงจรของผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment, LCA) การผลิตที่สะอาด (Cleaner Production) เทคโนโลยีสะอาด (Cleaner Technology) ฉลากลดคาร์บอน ฉลากเขียว และ Lean Management for Environment เป็นต้น ซึ่งมีการดำเนินงานทั้งในระดับผู้ประกอบการ โรงเรียน ท้องถิ่น ประเทศ และระดับภูมิภาค เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดมลพิษ ตลอดจนเพิ่ม
ขีดความสามารถในการแข่งขัน และลดต้นทุนการประกอบการหรือกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน เพื่อพัฒนาสู่การเป็น “องค์กรแห่งการเรียนรู้” อย่างแท้จริง โดยการถ่ายทอดสู่สาธารณชนผ่านหลักสูตรการฝึกอบรม การสัมมนา การศึกษาดูงาน การฝึกปฏิบัติการ การจัดเวทีและช่องทางแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การค้นคว้าในลักษณะ E-book การให้บริการปรึกษาแนะนำ ตลอดจนพัฒนาสื่อสิ่งพิมพ์ และเว็บไซต์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น