ผลงาน   >>  การผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืน
   

 

กำลังดำเนินการ

ผลงานปี พ.ศ. 2556

ผลงานปี พ.ศ. 2555

ผลงานปี พ.ศ. 2554

ผลงานปี พ.ศ. 2553

ผลงานปี พ.ศ. 2552

ผลงานปี พ.ศ. 2551

ผลงานปี พ.ศ. 2550

ผลงานปี พ.ศ. 2549

การพัฒนาประเทศที่เน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ได้ใช้การบริโภคของปัจเจกบุคคลเป็นแรงขับเคลื่อน และเป็นที่ทราบกันดีแล้วว่ารูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ไม่คำนึงถึงความยั่งยืนเป็นเหตุแห่งความเสื่อมโทรมและความไม่สมดุลของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  สถาบันตระหนักถึงเหตุและผลดังกล่าว จึงผลักดันแนวคิดการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสถาบันในปี พ.ศ. 2536 โดยได้ศึกษาผลการดำเนินงานและผลสำเร็จของประเทศต่างๆ รวมถึงติดตามการเคลื่อนไหวในเวทีการค้าโลก การเจรจาระหว่างประเทศ เพื่อมาประยุกต์และช่วยเหลือภาคการผลิตและกลุ่มผู้บริโภคตามวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลา

ด้านการผลิต

ในปี พ.ศ. 2540 สถาบันได้ส่งเสริมการประยุกต์เทคโนโลยีสะอาด (cleaner technology) ในภาคการผลิตเพื่อให้อุตสาหกรรมไทยมีการผลิตที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดมลพิษน้อยที่สุด ต่อมาเมื่อสรุปบทเรียน พบว่า การถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวทางการปฏิบัติเพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ  การได้รับอนุมัติหรือได้รับความเห็นชอบจากผู้บริหารองค์กร การสร้างทีมการจัดการสิ่งแวดล้อม และการสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในโรงงาน เป็นเรื่องที่สำคัญ สถาบันจึงได้นำแนวการดำเนินงานจากประเทศญี่ปุ่นในเรื่อง small group activity (SGA) เข้ามาเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันและขับเคลื่อนกระบวนทัศน์ รวมทั้งการส่งผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษารายโรงงาน และการให้คำปรึกษาถึงแหล่งเงินทุนเพื่อการปรับปรุงกระบวนการผลิต  นอกจากนี้ยังได้เชื่อมโยงการประหยัดและอนุรักษ์พลังงานเข้าเป็นส่วนสำคัญในการให้คำปรึกษาเพื่อให้เกิดการลงทุนปรับเปลี่ยนการผลิตได้เร็วขึ้น เนื่องจากการประหยัดพลังงานให้ผลตอบแทนในการลงทุนดีกว่า เห็นผลเร็วกว่า และสามารถทำให้การผลักดันด้านสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนไปได้ด้วย

ในปี พ.ศ. 2548 สถาบันและ German Technical Cooperation (GTZ) ร่วมกันศึกษาแนวทาง Eco-industrial concept, eco-efficiency มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยโดยได้นำร่องในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด นิคมอุตสาหกรรมบางปู และอีกหลายนิคม เพื่อให้เกิดการปรับปรุงการทำงานของนิคมที่มีโอกาสก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ในการดำเนินงานสนับสนุนกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สถาบันดำเนินการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมผ่านเครื่องมือต่างๆ อาทิ

  • การพัฒนาฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตในกระบวนการผลิตเหล็ก สี ยางธรรมชาติ พรม อาหารสุกร อาหารไก่ การผลิตน้ำประปา การผลิตน้ำอุตสาหกรรม รวมถึงการจัดการมูลฝอยชุมชน และการปรับปรุงน้ำเสียชุมชน ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปใช้ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งรองรับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต
  • การพัฒนาฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศด้านอุตสาหกรรมการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ รวมทั้งผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
  • การจัดการระบบข้อมูลที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 14048 การออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Economic & Ecological Design; Eco-Design หรือ Green Design) ซึ่งถือเป็นแนวทางการจัดการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับกลุ่มสิ่งทอ โลหะและเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ไม้ และแบตเตอรี่รถยนต์ รวมถึงการออกแบบสายโซ่การผลิตผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
  • การใช้การประเมินวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) เพื่อประเมินการก่อมลพิษและการใช้ทรัพยากรในทุกขั้นตอนของชีวิตผลิตภัณฑ์ เช่น ไฟฟ้า แก๊สโซฮอล สินค้าอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร เป็นต้น
  • ด้วยความตระหนักถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะประชาคมโลกที่ควรมีส่วนร่วมลดสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกผ่านการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน สถาบันได้ใช้คาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) เป็นเครื่องมือบอกปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์พรม ตัวอย่างเช่น ยางรถยนต์ บรรจุภัณฑ์อาหารและสิ่งทอ

ในปี พ.ศ. 2554 ได้ประยุกต์แนวทาง LEAN เข้ากับการจัดการสิ่งแวดล้อมของภาคการผลิต เพื่อให้แผนธุรกิจของทุกบริษัทมีการนำสิ่งแวดล้อมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุน และให้การปฏิบัติงานของพนักงานมีการนำเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นหัวใจในการทำงาน

รวมถึงการศึกษาผลกระทบของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ REACH, WEEE และ RoHS ที่มีต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีการปรับตัวและเท่าทันกติกาการค้าระหว่างประเทศ

ด้านการบริโภค

ในการประชุมในหลายๆ วาระในต่างประเทศได้ข้อสรุปที่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าหากผู้บริโภคมีความแข็งแรง มีข้อมูลที่เพียงพอ มีความรู้ จะเป็นฟันเฟื่องที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนภาคการผลิตให้ใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบ การผลิต คุณภาพสินค้า การจัดการของเสียหรือซากหลังการใช้ ในปี 2539 จึงได้เกิดโครงการฉลากเขียว ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยและสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมทำหน้าที่เลขานุการ โดยมีวัตถุประสงค์

  • เพื่อพัฒนาเกณฑ์และข้อกำหนดสินค้า “ฉลากเขียว” (Green Label) ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับการรับรองว่าเป็นสินค้าที่ก่อมลพิษสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าประเภทเดียวกัน
  • เพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตสินค้าและบริการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้ตามเกณฑ์และข้อกำหนด
  • เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ในการรับรองสินค้าฉลากเขียวจะใช้ การประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment: LCA) เป็นเครื่องมือประเมินการก่อมลพิษในทุกขั้นตอนของชีวิตสินค้า ฉลากเขียวถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งในนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่ใช้ตลาดเป็นเครื่องมือในการป้องกันรักษาธรรมชาติผ่านการผลิตและการบริโภคของผู้ผลิตและผู้บริโภคทุกคน เพื่อแสดงการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อม

การดำเนินโครงการฉลากเขียวของสถาบันประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก เมื่อคณะรัฐมนตรีได้กำหนดเป็นนโยบายให้หน่วยงานภาครัฐจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว หรือการซื้อสินค้าและบริการที่ก่อมลพิษน้อย ในปีงบประมาณ 2550-2555 ควบคู่ไปกับการพัฒนาข้อกำหนดและรับรองสินค้าฉลากเขียว สถาบันยังได้มีบทบาทในการวิจัยเชิงนโยบายให้กับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อกำหนดทิศทางและผลักดันการผลิตและบริโภคอย่างยั่งยืนในระดับประเทศ อาทิ การศึกษาและจัดทำแผนที่นำทางการบริโภคอย่างยั่งยืน การพัฒนากลไกการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของภาครัฐ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานสีเขียวในกลุ่มผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ สถาบันได้พัฒนาโครงการ ฉลากลดคาร์บอน สำหรับสินค้าและบริการ (Carbon Reduction Label) เพื่อใช้รับรองสินค้าของผู้ประกอบการที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างกระบวนการผลิตได้ตามเกณฑ์กำหนด และโครงการการรับรองการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับอาคาร (Carbon Reduction Certification for Building) ซึ่งดำเนินการภายใต้หลักการเดียวกัน

ปัจจุบัน ฉลากสิ่งแวดล้อม ทั้งฉลากเขียว (Green Label) และฉลากลดคาร์บอน (Carbon Reduction Label) เป็นงานที่สถาบันมุ่งพัฒนาเพื่อยกระดับการให้บริการแก่ผู้ประกอบการ การเพิ่มจำนวนชนิดผลิตภัณฑ์ บริการ และอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์หรือบริการ รวมถึงการสื่อสารกับผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความตระหนักและมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมผ่านการอุดหนุนสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมเหล่านี้

 
 
ประชาสัมพันธ์

สิ่งพิมพ์ / บทความ

อ่านได้ที่ : www.ebooktei.org

  1. คู่มือการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคม สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการจัดการความปลอดภัยด้านสารเคมีเชิงบูรณาการ
  2. รู้จักกับการผลิตที่รับผิดชอบต่อสังคม สำหรับผู้ผลิตที่ต้องการจัดการความปลอดภัยด้านสารเคมีเชิงบูรณาการ
  3. การสร้างกลุ่มความร่วมมือสีเขียว เพื่อพัฒนาสายโซ่การผลิตผลิตภัณฑ์สู่ตลาดผลิตภัณฑ์สีเขียว
  4. โครงการการศึกษาและพัฒนาระบบตรวจประเมินเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (รง.สำหรับผู้บริหาร)
  5. โครงการการศึกษาและพัฒนาระบบตรวจประเมินเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (รง.หลัก)
  6. โครงการมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจเชิงมหาภาคและการปรับตัวของภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม
  7. รายงานการติดตามประเมินผลการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศในปีแรกของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10
  8. โครงการศึกษาแนวทาง มาตรการ และวิธีการดำเนินการในการฟื้นฟู และประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม (รง.หลัก)
  9. โครงการศึกษาแนวทาง มาตรการ และวิธีการดำเนินการในการฟื้นฟู และประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม (รง.บริหาร)
  10. โครงการศึกษาแนวทาง มาตรการ และวิธีการดำเนินการในการฟื้นฟู และประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม (รง.ผนวก)
  11. แนวปฏิบัติที่ดีด้านการป้องกัน และลดมลพิษอุตสาหกรรมชุมชน ขนมไทย

   
   
         
 
หน้าหลัก   เกี่ยวกับมูลนิธิ   ผลงาน   ประชาสัมพันธ์/กิจกรรม   สิ่งพิมพ์   หลักสูตรฝึกอบรม   ติดต่อเรา