การทำนาข้าวที่ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

 
20 พฤษภาคม 2565 | 13:00 น.
ข้าว เป็นอาหารที่ผู้คนทั่วโลกนิยมบริโภค ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีพื้นที่การปลูกข้าวมากที่สุดในอันดับที่ 5 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรของโลก ซึ่งเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง มีสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี การทำนาข้าวที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย จะช่วยให้ระบบของนาข้าวเกิดความสมดุลของทั้งระบบนิเวศนาข้าวและสิ่งแวดล้อม มีผลผลิตข้าวที่มีความปลอดภัย และก่อให้เกิดเป็นการผลิตข้าวที่มีความยั่งยืนต่อไป

เริ่มจากจัดการพื้นที่ปลูก ให้มีคันนาและสระน้ำ

คิดและวางแผนเพื่อสร้างแนวกันชนหรือเพื่อป้องกันสารเคมีจากแปลงข้างเคียง โดยอาจสร้างคันนาที่มีความกว้าง และสามารถปรับใช้ประโยชน์จากคันนาได้โดยปลูกไม้ยืนต้น ไม้ผล ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งอาหารของทั้งคนและสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บริเวณนาข้าว  หากเกษตรกรมีพื้นที่สำหรับผลิตข้าวจำกัด ไม่สามารถทำคันนาที่กว้างได้ สามารถปรับรูปแบบการปลูกไม้ยืนต้นให้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ โดยไม้ยืนต้นเหล่านี้สามารถช่วยลดแรงลม ให้ร่มเงา และเป็นแหล่งอาศัยและแหล่งหลบภัยของสัตว์หลากหลายชนิด



อีกปัจจัยสำคัญในการทำนาข้าวคือน้ำ จึงมีการสร้างสระน้ำสำรองเพื่อกักเก็บน้ำให้เพียงพอกับกิจกรรมทางการเกษตรตลอดทั้งปี และมักพบการปลูกไม้ยืนต้นบริเวณริมสระน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดการระเหยของน้ำในสระน้ำได้ อีกทั้ง แหล่งน้ำยังเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งวางไข่ของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด ทั้งพืชน้ำ กุ้ง หอย ปู ปลา กบ ตัวอ่อนของแมลง และมักพบการสร้างรังของนกบนต้นไม้ที่อยู่บริเวณใกล้แหล่งน้ำ ดังนั้น การจัดการพื้นที่ปลูกจึงเป็นส่วนสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตและความหลากหลายทางชีวภาพให้อยู่ในพื้นที่

บำรุงข้าว รักษาดินและพืชสัตว์ในนา

การช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดินสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่การเตรียมดินด้วยการไถกลบตอซังและฟางข้าว ร่วมกับการใช้จุลินทรีย์เร่งการย่อยสลายตอซังและฟางข้าว ซึ่งเป็นการจัดการตอซังและฟางข้าวและบำรุงดินไปพร้อมกัน โดยหลีกเลี่ยงวิธีการเผา เนื่องจากเป็นการทำลายโครงสร้างดิน อินทรียวัตถุ ธาตุอาหาร และสิ่งมีชีวิตที่อยู่บริเวณนาข้าวทั้ง หนู งู ไส้เดือน แมลง รวมถึงจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อการส่งเสริมผลผลิตข้าวให้หายไปจากพื้นที่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวที่อาจลดลงในรอบการผลิตดังกล่าวและถัดไปได้

ในการบำรุงต้นข้าวเกษตรกรบางพื้นที่ประยุกต์การเลี้ยงแหนแดงในนาข้าวช่วงข้าวแตกกอเพื่อเพิ่มธาตุไนโตรเจนให้กับข้าว และเป็นอาหารของ ปลา กบ ที่อยู่ในนาข้าวได้ อีกทั้ง จัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการน้ำน้อยในการผลิตข้าว และปล่อยน้ำออกจากแปลงนาในช่วงเวลาที่เหมาะสม เป็นวิธีที่ช่วยให้ต้นข้าวสามารถแตกกอได้มากขึ้น และช่วยตัดวงจรการระบาดของศัตรูข้าวบางชนิด อีกทั้งช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการขังน้ำไว้ตลอดเวลา



นอกจากนี้ การเลือกปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย พืชตระกูลถั่ว หรือปอเทืองในช่วงระยะเวลาการพักดินเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้กับดิน ช่วยให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์และมีธาตุอาหารพร้อมสำหรับการปลูกข้าวในรอบต่อไป การพักดินยังช่วยตัดวงจรโรคและลดการสะสมของศัตรูข้าว อีกทั้ง ยังช่วยให้เกษตรกรยังมีรายได้เพิ่มจากการขายพืชตระกูลถั่วที่ทำการปลูกนอกฤดูกาลปลูกข้าวด้วย

ลดใช้สารเคมีกำจัดและควบคุมวัชพืช

การไถกำจัดวัชพืชก่อนการปลูกข้าว หรือเลือกการปล่อยน้ำขังในแปลงนาเพื่อควบคุมวัชพืชไม่ให้เจริญเติบโต เป็นแนวทางการกำจัดวัชพืชตั้งแต่เริ่มต้นที่มีความสำคัญ การปลูกข้าวด้วยวิธีปักดำ หรือการปลูกข้าวให้มีระยะห่างระหว่างแถว จะช่วยส่งเสริมให้ข้าวมีความแข็งแรงและช่วยให้ต้นข้าวแตกกอได้มากขึ้น สามารถกำจัดวัชพืชระหว่างแถวได้ง่าย

การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้คุมเพื่อฆ่าวัชพืชช่วงเริ่มต้นของการปลูก ซึ่งต้องคำนึงถึงการใช้สารกำจัดวัชพืชอย่างเหมาะสมกับวัชพืช และถูกต้องตามคำแนะนำของฉลาก เมื่อข้าวเจริญเติบโตครองพื้นที่นาข้าวได้แล้ว วัชพืชต่าง ๆ จะเจริญเติบโตได้ยากขึ้น จึงสามารถใช้แรงงานคนในการตัดหรือควบคุมวัชพืชต่อได้

การกำจัดวัชพืชในแปลงนาของเกษตรกรมีหลายแนวทาง อาทิ การเลี้ยงเป็ดหรือปลาในนาข้าวเป็นวิธีการที่ช่วยให้ธรรมชาติช่วยควบคุมวัชพืช การใช้แรงงานคน หรือเครื่องตัดหญ้า เป็นแนวทางการลดสารเคมีในการกำจัดวัชพืช การกำจัดวัชพืชที่หลีกเลี่ยงการใช้สารกำจัดวัชพืช รวมถึงการใช้สารเคมีในระดับที่ปลอดภัย เป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยอนุรักษ์แมลงศัตรูธรรมชาติบางชนิดที่อาศัยอยู่บริเวณนาข้าว และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมของระบบนิเวศนาข้าวได้

รักษาแมลงศัตรูธรรมชาติ  ควบคุมแมลงศัตรูข้าวในแปลงนา

หากการระบาดของแมลงศัตรูข้าวในพื้นที่ เกษตรกรเริ่มการใช้สารสกัดจากสมุนไพร น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำใบยาสูบ หรือน้ำส้มสายชูฉีดพ่นเฉพาะจุดที่มีการระบาดเท่านั้น เพื่อรักษาแมลงศัตรูธรรมชาติที่มีประโยชน์ อาทิ แมงมุมเขี้ยวยาว แมลงหางหนีบ แมลงปอ มวนเพชฌฆาต ด้วงดินคอยาว ด้วงก้นกระดก ด้วงเต่าสีส้ม ให้คงไว้ในแปลงนา ซึ่งจะช่วยควบคุมแมลงศัตรูข้าวในแปลงนา รวมถึงการหมั่นสำรวจระบบนิเวศในแปลงนาเป็นประจำ เมื่อพบการระบาดของศัตรูข้าวจึงสามารถป้องกันได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม เกษตรกรบางรายเลือกใช้สารเคมี และสารชีวภัณฑ์ในการกำจัดศัตรูข้าว แต่คำนึงถึงการใช้ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม และใช้ตามคำแนะนำของฉลาก ให้ถูกต้องและปลอดภัย จึงเป็นแนวทางการป้องกันและควบคุมศัตรูข้าวที่เป็นมิตรต่อทั้งสิ่งมีชีวิตสิ่งแวดล้อมในนาข้าวทั้งพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ที่อยู่ในดินบริเวณนาข้าวและสุขภาพของเกษตรกร อันที่จริงแล้ว ต้องเริ่มจากการเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่แข็งแรง ทนต่อโรคและแมลง เหมาะสมกับพื้นที่ ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยป้องกันการเข้าทำลายของแมลงศัตรูข้าว

รักษาระบบนิเวศที่ดีในนาข้าว สร้างสุขภาพที่ดีของเกษตรกร



การจัดการพื้นที่นา การปลูกและการดูแลข้าว ที่ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศนาข้าว ด้วยลดการใช้สารเคมีหรือใช้เพียงช่วงที่พบการระบาดของศัตรูพืชอย่างรุนแรง โดยใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย ย่อมช่วยลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยเคมีและสารเคมีในกระบวนการผลิตข้าว

เกษตรกรหลายรายมีจุดเริ่มต้นในการปรับเปลี่ยนจากการผลิตข้าวที่มีการใช้สารเคมี มาเป็นการผลิตข้าวอินทรีย์หรือใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง เนื่องจากประสบกับปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม จึงเน้นการรักษาสมดุลของธรรมชาติเพื่อให้ธรรมชาติควบคุมกันเอง ซึ่งการปรับเปลี่ยนมาผลิตข้าวที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้พบสิ่งมีชีวิตที่เคยหายไปกลับคืนสู่พื้นที่ พบสิ่งมีชีวิตที่หายาก หรือมีความสำคัญในพื้นที่ ที่ช่วยบ่งชี้ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศนาข้าว เช่น ถั่วผีดอกแดง โสนคางคก ค้างคาว พังพอน นกเหยี่ยว งู กบ ปลา และแมลงศัตรูธรรมชาติชนิดต่าง ๆ ก่อให้เกิดเป็นความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในนาข้าว นำไปสู่การเกิดความสมดุลของระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่
เรียบเรียงโดย
ธนิรัตน์ ธนวัฒน์ นักวิจัยอาวุโส และ วราพรรณ มะเรือง นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย