รายงานการประเมินระดับโลก ว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ และบริการจากระบบนิเวศ

 
4 มิถุนายน 2564 | 15:07 น.


วันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน 2564 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) เผยแพร่รายงานสรุปการประเมินระดับโลกว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Global Assessment Report) ฉบับภาษาไทย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก The Norwegian Environmental Agency (NEA) (ดาวน์โหลดรายงาน)

รายงานฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยเวทีวิทยาศาสตร์-นโยบายระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (IPBES - Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services)  ด้วยการมีส่วนร่วมจากผู้เชี่ยวชาญทั่วทุกมุมโลกและมีผู้เชี่ยวชาญแต่ละสาขาเป็นผู้ตรวจสอบ โดยเน้นย้ำประเด็นความเชื่อมโยงกันของระบบนิเวศ เพื่อนำไปสู่การจัดการแบบองค์รวม รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรายงานนี้ที่ต้องการจะสื่อสารถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ธรรมชาติทั่วโลกถูกแปรสภาพและเสื่อมโทรม

รายงานได้นำเสนอถึงสิ่งที่มนุษย์ได้รับบริการจากธรรมชาติ นอกเหนือจากผลผลิตและการนำไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ แต่ปัจจุบันธรรมชาติและประโยชน์ที่มนุษย์ได้รับจากธรรมชาติกำลังเสื่อมโทรมลงทั่วโลก อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งการกระจายประโยชน์จากธรรมชาติอย่างไม่เท่าเทียมในแต่ละกลุ่มสังคมและพื้นที่ การขยายตัวของการผลิตอาหาร อาหารสัตว์ เส้นใย และพลังงานชีวภาพ โดยใช้ต้นทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่ได้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและคุณสิ่งแวดล้อมทั้งทางด้านดิน น้ำ และอากาศ ซึ่งมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรและการค้าไม้ยังคงเพิ่มสูงขึ้น แต่มนุษย์กลับได้รับคุณประโยชน์จากธรรมชาติลดลง ดินมีความเสื่อมโทรม จำนวนแมลงผสมเกสรลดลง ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น 

ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ธรรมชาติทั่วโลกถูกแปรสภาพไปอย่างมีนัยสำคัญ เกิดความสูญเสียทั้งบนบกและในทะเลจนยากที่จะฟื้นสภาพให้กลับคืนมา พื้นที่ชุ่มน้ำกว่าร้อยละ 85 สูญเสียและถูกแปรสภาพ  พื้นที่ป่าไม้ลดลง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง แนวปะการังกว่าครึ่งหนึ่งได้สูญเสียไป ระดับน้ำทะเลโดยเฉลี่ยเพิ่มสูงขึ้น 16-21 เซนติเมตร อีกทั้งปัญหาเหล่านี้ยังถูกเร่งด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ชนิดพันธุ์ลดลงด้วยอัตราเร่ง

การสูญพันธุ์ของชนิดพันธุ์บนโลกยังคงเกิดขึ้นในอัตราเร่ง จากการกระทำของมนุษย์ การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยและความเสื่อมโทรมที่เกิดขึ้น นับตั้งแต่ปี ค.ศ.1970 เป็นต้นมา มีชนิดพันธุ์บนบกลดลงร้อยละ 40 ชนิดพันธุ์น้ำจืดลดลงร้อยละ 84 และชนิดพันธุ์ในทะเลลดลงร้อยละ 35  รวมทั้งความหลากหลายของสายพันธุ์พืชปลูกและสัตว์เลี้ยงได้ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว 


แรงขับเคลื่อนเกิดเร็วขึ้น

การวิเคราะห์แรงขับเคลื่อนต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศต่าง ๆ โดยแรงขับเคลื่อนทางตรง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินบนบกและการใช้ประโยชน์จากทะเล การใช้ทรัพยากรเกินขีดจำกัดและการทำลายทรัพยากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษ การระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน เป็นต้น ส่วนแรงขับเคลื่อนทางอ้อม ได้แก่ ปัจจัยด้านประชากร สังคม และวัฒนธรรม ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ปัจจัยเชิงสถาบันและการบริหารจัดการ และปัจจัยด้านความขัดแย้งและโรคระบาด อีกทั้งยังพบว่ามีแรงขับเคลื่อนเกิดขึ้นอย่างชัดเจนต่อระบบนิเวศทางทะเล



รายงานได้ตั้งข้อสังเกตว่าการประมงที่ไม่ยั่งยืนซึ่งมีการจับสัตว์น้ำในปริมาณมากเกินไป จนทำให้สัตว์น้ำในธรรมชาติไม่สามารถเติบโตได้ทัน อาจส่งผลให้เกิดการสูญพันธุ์ในอนาคตได้ ส่วนการปลูกพืชพลังงานในพื้นที่ขนาดใหญ่และการปลูกป่าด้วยระบบนิเวศที่ไม่ใช่ป่า อาจก่อให้เกิดผลกระทบทางลบต่อความหลากหลายทางชีวภาพและบทบาทหน้าที่ของระบบนิเวศ

การบรรลุเป้าหมายไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยวิถีทางที่เป็นอยู่

ส่วนการบรรรลุเป้าหมายการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากธรรมชาติอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ใน ปี ค.ศ. 2030 นั้น ต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิรูป (Transformation Change) ในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และเทคโนโลยี บนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การสนับสนุนเงินทุนเพื่อการอนุรักษ์ที่เพียงพอและฟื้นฟูระบบนิเวศ และการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนในทุกภาคส่วน พร้อมกับเสนอหลักการแทรกแซง 5 ประการ ได้แก่ การสร้างแรงจูงใจและเสริมสร้างสมรรถนะ ความร่วมมือของทุกภาคส่วน การป้องกันล่วงหน้า การตัดสินใจที่ดีบนความยืดหยุ่นและความไม่แน่นอน และความเข้มแข็งทางนโยบายและกฎหมายสิ่งแวดล้อมรวมถึงการบังคับใช้

ท้ายสุด ได้เน้นย้ำให้ตระหนักถึงองค์ความรู้ นวัตกรรม ระบบการจัดการร่วมซึ่งผสานการจัดการของท้องถิ่นและองค์ความรู้ของท้องถิ่น การแก้ปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature based solution) ในเขตเมืองที่กำลังขยายตัวมากขึ้นในทุกภูมิภาคของโลก การใช้ทรัพยากรและการบริโภคด้วยความระมัดระวังถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา จึงจะปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมของโลกนี้ได้
 

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิรูปด้านนโยบาย กฎหมาย และการบริหารจัดการ ก็อาจจะสายเกินไป
ดาวโหลดรายงาน



บทความโดย ธนิรัตน์ ธนวัฒน์
ผู้จัดการโครงการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย