TEI ผนึกกำลัง เชียงราย–บ่อแก้ว–ไซยะบูลี ขับเคลื่อนการลดการเผา ป้องกันไฟป่าและ PM2.5 ข้ามแดน (In Thai)

25 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI โดยโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และโครงการกลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ดร. จีรนุช ศักดิ์คำดวง หัวหน้าโครงการกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือฯ พร้อมคณะวิจัย ร่วมกับจังหวัดเชียงรายจัดการประชุมความร่วมมือและแสดงเจตนารมณ์ 3 เมืองคู่ขนาน ต่อการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดน ไทย–ลาว ณ อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้แทนจาก สปป.ลาว ได้แก่ ท่านพุดทะจอน ปิ่นทิบ หัวหน้าห้องว่าการ แขวงไซยะบูลี และท่านสมนึก อินทะพม รองหัวหน้าห้องว่าการ แขวงบ่อแก้ว ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากสองประเทศ เข้าร่วมประชุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ความร่วมมือ โดยจัดการประชุมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนการเตรียมงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เทิง อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล และ อ.เชียงของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ)

จังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอมาตรการสำคัญที่ได้ดำเนินการในจังหวัด ได้แก่ ระบบบัญชาการ และการบูรณาการ ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมประชาสัมพันธ์และสื่อสารเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนรับทราบมาตรการป้องกันการเผาและผลกระทบจากหมอกควันอย่างต่อเนื่อง โดยจังหวัดขับเคลื่อนภายใต้ยุทธศาสตร์ “เชียงรายฟ้าใส” บริหารจัดการแบบไร้รอยต่อ ครอบคลุม 3 พื้นที่หลัก (ป่า เกษตร ชุมชน) และ 3 ระยะดำเนินงาน (เตรียมความพร้อม–เผชิญเหตุ–ฟื้นฟู) โดยใช้ระบบ Single Command เชื่อมการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัดถึงท้องถิ่น เพื่อให้การสั่งการรวดเร็ว มีเอกภาพ และตอบสนองสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้แทนจากแขวงบ่อแก้วและแขวงไซยะบูลี สปป.ลาว แสดงความมุ่งมั่นในการร่วมแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เนื่องจากหมอกควันส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพประชาชน สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ ในพื้นที่ สปป.ลาว ได้กำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด อาทิ การจัดระดับพื้นที่เสี่ยง (สีแดง–เหลือง–เขียว) การสร้างความตระหนักรู้แก่เกษตรกรในพื้นที่สูง และการกำหนดช่วงเวลาการเผาที่เหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงไฟลุกลามเข้าสู่พื้นที่ป่า และยังเสนอให้มีแผนปฏิบัติการร่วมของ 3 เมืองในการลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนร่วมกัน

ดร.จีรนุช นำเสนอโครงการกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือฯ เพื่อยกระดับการป้องกันไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มติดตามจุดความร้อนร่วมกัน 3 ประเทศ จัดทำแผนที่เสี่ยงไฟ Fire Risk Map และเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ผ่านการอบรมเชิงเทคนิค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและตอบสนองสถานการณ์อย่างทันท่วงที

ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการประสานพลัง 3 เมือง และคณะกลไกการทำงานเมืองคู่ขนาน 4 อำเภอ ในการลดการเผาในที่โล่ง การป้องกันไฟป่า และแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และมิตรภาพอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อมุ่งสู่การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืนในระยะยาว