TEI จับมือ ARDA และเชียงราย เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานชายแดน เดินหน้าลดหมอกควันข้ามแดนและ PM2.5 อย่างยั่งยืน (In Thai)

19 มิถุนายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI โดยโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา ขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) และโครงการกลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) นำโดย ดร.สุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ที่ปรึกษาโครงการ ดร.เบญจมาส โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการและแผนงาน และ ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง หัวหน้าโครงการกลไกขับเคลื่อนความร่วมมือฯ พร้อมคณะวิจัย ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) และจังหวัดเชียงราย จัดสัมมนาความร่วมมือแลกเปลี่ยนองค์ความรู้พื้นที่ปฏิบัติการจังหวัดเชียงราย ร่วมขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานชายแดน ลดหมอกควันข้ามแดน เพื่อสร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ช่วยลดการเผาและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่ายจากจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมอย่างคับคั่ง

การสัมมนาได้รับเกียรติจาก นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ได้กล่าวถึงบทบาทของงานวิจัยและนวัตกรรมในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในระดับพื้นที่ ขณะที่ ดร.เบญจมาส โชติทอง ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการและแผนงาน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดน

ภายในงานมีการนำเสนอองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สำคัญด้านการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศและการลดการเผาในพื้นที่ โดยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงาน อาทิ การวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นควันและข้อจำกัดการควบคุมปัญหา การใช้ข้อมูลดาวเทียมและระบบติดตามร่องรอยการเผาไหม้ การพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษทางอากาศ ตลอดจนการนำเสนอโมเดลความร่วมมือของพื้นที่ชายแดนในการขับเคลื่อนเมืองคู่ขนานเพื่อลดหมอกควันข้ามแดน

นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีจากพื้นที่ต้นแบบ ทั้งการส่งเสริมการใช้เห็ดป่าไมคอร์ไรซ่าเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและลดความเสี่ยงไฟป่า รวมถึงแนวทางการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรและการลดการเผาในพื้นที่สูง ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้

การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และนวัตกรรมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน โดยมุ่งหวังให้จังหวัดเชียงรายและพื้นที่ชายแดนสามารถพัฒนากลไกการทำงานร่วมกัน ลดการเผาในพื้นที่และยกระดับคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนในระยะยาว