เชื่อมร้อยพลังภาคี ร่วมขับเคลื่อนป่าพรุคันธุลีอย่างมีส่วนร่วม (In Thai)

ป่าพรุคันธุลีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นทั้งแหล่งอาศัยของพืชและสัตว์ แหล่งน้ำ และฐานทรัพยากรที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของชุมชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการเสนอเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site)

ด้วยความสำคัญของพื้นที่แห่งนี้ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้จัดการประชุม“เชื่อมพลังภาคี พัฒนาความร่วมมือการจัดการป่าพรุคันธุลีอย่างชาญฉลาด” ณ ป่าพรุคันธุลี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เพื่อยกระดับการจัดการให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเชื่อมโยงกับแผนปฏิบัติการด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ (NBSAP) โดยมี นายสมานพันธ์ รักษ์ประสงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคันธุลี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน คุณธนิรัตน์ ธนวัฒน์ ผู้จัดการโครงการอาวุโส  ดร.เบญจมาส โชติทอง และคณะนักวิจัย TEI และนางภัทรินทร์ ทองสิมา ผู้อำนวยการกลุ่มงานนโยบายและยุทธศาสตร์ กองจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ สผ. ตลอดจนผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักทรัพยากรน้ำที่ 10 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสุราษฎร์ธานี สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน

ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูล ทบทวนการดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมกันเติมเต็มข้อมูลภาคีที่มีส่วนร่วมในการจัดการป่าพรุคันธุลีทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ครอบคลุมภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาครัฐ ชุมชน วิชาการ เยาวชน ภาคเอกชน สื่อมวลชน ศาสนาและภาคประชาสังคม โดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มบทบาทของสื่อมวลชนในการสื่อสารคุณค่าและสร้างการรับรู้เกี่ยวกับป่าพรุคันธุลีให้กว้างขวางยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมให้เหมาะสมกับบทบาทและศักยภาพของแต่ละกลุ่ม ทั้งการพัฒนากลไกความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลและทรัพยากร ตลอดจนการเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างเหมาะสม

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวของการ “เชื่อมพลังจากระดับพื้นที่สู่ NBSAP” โดยนำมุมมอง ความรู้ และข้อเสนอของภาคีมาพัฒนาความร่วมมือในการจัดการป่าพรุคันธุลีให้เป็นรูปธรรม และต่อยอดศักยภาพของพื้นที่สู่การเป็น แหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ ที่ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน