28 มกราคม 2569 เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ ห้องประชุมทองหล่อ ชั้น 4 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ จัดโดย สถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง สถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดยมี ดร. วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย นายกสมาคมความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมเพื่อจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน เป็นประธานกรรมการร่วม
พร้อมกันนี้มีคณะกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิได้แก่ รศ.ดร. ธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ ผศ.ดร. ประชา คุณธรรมดี ดร. พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์และผู้แทนจาก กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
โครงการ Bridging the Financing Gap for Plastics Circularity Infrastructure through Bankable Projects, Policy, and Knowledge Sharing ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Mekong-ROK Cooperation Fund และดำเนินการโดย Global Green Growth Institute (GGGI) ร่วมกับ Thailand Environment Institute (TEI) โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 30 เดือน (พฤษภาคม 2568 – ตุลาคม 2570) วัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของประเทศในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยเฉพาะประเทศไทย ในการพัฒนาโครงการจัดการขยะพลาสติกที่มีศักยภาพเชิงการลงทุน สามารถระดมเงินทุนเพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติก และลดช่องว่างด้านการเงินในระยะยาว การดำเนินงานของโครงการประกอบด้วย 3 ด้านหลัก โดยการประชุมครั้งนี้นำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาหร้อมนำเสนอแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2569
ในปี 2568
โครงการได้ดำเนินกิจกรรมในระยะต้นที่เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาโครงการที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ และการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย
ภายใต้ผลลัพธ์ที่ (ภายใต้ผลลัพธ์ที่ 1) ได้ดำเนินการศึกษาและคัดกรองโครงการผ่านกระบวนการ desktop research และการเปิดรับเอกสารแสดงความสนใจ (REOI) ซึ่งได้รับข้อเสนอโครงการจำนวน 19 โครงการ และนำมาประเมินเพื่อจัดทำรายชื่อในกลุ่ม longlist สำหรับการคัดเลือกในขั้นตอนถัดไป
ภายใต้ผลลัพธ์ที่ (ภายใต้ผลลัพธ์ที่ 2) ได้ดำเนินการคัดเลือกพื้นที่ศึกษาเพื่อใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์เชิงนโยบาย โดยพัฒนาเกณฑ์ประเมินหลายมิติ และคัดเลือกจังหวัดที่มีศักยภาพจำนวน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี ชลบุรี และระยอง เพื่อใช้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการศึกษาเชิงลึก
ภายใต้ผลลัพธ์ที่ (3) ได้จัดทำกรอบการคัดเลือกประเทศอ้างอิงและจัดทำกรอบการเปรียบเทียบ เพื่อพัฒนากรณีศึกษาเชิงลึกด้านโครงสร้างโครงการและกลไกทางการเงิน โดยได้คัดเลือกประเทศเป้าหมายจำนวน 4 ประเทศ เพื่อใช้ในการถอดบทเรียนและพัฒนาแนวปฏิบัติที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 โครงการจะเข้าสู่ระยะการพัฒนาเชิงลึก โดยจะดำเนินการคัดเลือกและพัฒนาโครงการนำร่องจำนวน 2 โครงการ พร้อมยกระดับความพร้อมด้านเทคนิคและการเงิน และเริ่มเชื่อมโยงกับนักลงทุนและสถาบันการเงิน และศึกษาเชิงลึกในพื้นที่กรุงเทพฯและระยอง วิเคราะห์ข้อจำกัดเชิงระบบ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและกลไกทางการเงินที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ พร้อมทั้งตรวจสอบและยืนยันผลการศึกษา พร้อมกับพัฒนากรณีศึกษาฉบับสมบูรณ์เป็นองค์ความรู้เพื่อใช้ในการเสริมสร้างศักยภาพและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับภูมิภาคต่อไป
Share: