16 มิถุนายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) นำโดย ดร.เบญจมาส โชติทอง หัวหน้าโครงการ และ คุณพวงผกา ขาวกระโทก พร้อมทีมนักวิจัย ร่วมจัดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ณ ห้องพระวิษณุ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร ภายใต้โครงการสังเคราะห์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สนับสนุนทุนจากหน่วย บพท. เพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่
ในโอกาสนี้ ได้รับเกียรติจาก ดร.บุญเยี่ยม เหลาสะอาด รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) กล่าวต้อนรับและเปิดการประชุม
ช่วง Talk เปิดมุมมอง ได้รับเกียรติจาก คุณชณกช ชสิธภนญ์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์การพัฒนาเมือง สำนักงานสภาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) บรรยายพิเศษในหัวข้อ "พลวัตความเป็นเมืองของไทย และบทบาทของงานวิจัยต่อทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14" โดยชี้ให้เห็นความสำคัญของการนำงานวิจัยเชิงพื้นที่มาเชื่อมโยงกับการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเมืองในระดับชาติ
วัตถุประสงค์ของเวที มุ่งนำเสนอแนวโน้มความเป็นเมืองและปัจจัยกำหนดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ของประเทศไทย ภายใต้บริบทการเปลี่ยนแปลงเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสังเคราะห์ผลงานวิจัย (ปี 2563–2567) และร่วมกันกำหนดทิศทางโจทย์วิจัยด้านการพัฒนาเมืองน่าอยู่ในระยะต่อไป
สาระสำคัญของผลการสังเคราะห์งานวิจัย
การศึกษาและสังเคราะห์งานวิจัย — จากโครงการวิจัยด้านการพัฒนาเมืองน่าอยู่ที่ได้รับทุน บพท. ช่วงปี 2563–2567 จำนวน 221 พบว่าโครงการส่วนใหญ่มุ่งเน้นประเด็น กลไกและการมีส่วนร่วม (40%) โดยการพัฒนาเมืองน่าอยู่ที่มีประสิทธิภาพต้องผสาน 4 มิติควบคู่กัน ได้แก่ สิ่งแวดล้อมเมือง สุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดี วัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และเครื่องมือและกลไกการบริหารจัดการเมือง
วิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อน — งานวิจัยมีจุดแข็งสำคัญในการตอบโจทย์ปัญหาพื้นที่จริง สร้างเครือข่ายและกลไกขับเคลื่อนระดับท้องถิ่น และพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ได้จริง ยังพบข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ ขาดกลไกสานต่อหลังสิ้นสุดโครงการ ระยะเวลาดำเนินงานสั้น และการเชื่อมโยงสู่นโยบายยังมีข้อจำกัด
ช่องว่างและโอกาสยกระดับงานวิจัย — เวทีชี้ให้เห็นทิศทางงานวิจัยเมืองในอนาคต 5 ประเด็น ได้แก่
1.เมืองยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience)
2.เมืองขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี (Data-driven City)
3 เมืองสำหรับทุกช่วงวัย (Age-friendly City)
4.เมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์และคาร์บอนต่ำ
5. กลไกบริหารจัดการเมืองเชิงระบบ (Urban Governance)
โดยมีทิศทางสำคัญในการยกระดับงานวิจัยจาก "การแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่" สู่ "การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Systemic Change)" ในระยะยาว
เวทีดังกล่าวได้รับการแลกเปลี่ยนมุมมองจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสถาบัน อาทิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และบริษัทขอนแก่นพัฒนาเมือง (เคเคทีที) จำกัด ซึ่งข้อค้นพบและข้อเสนอแนะจากเวทีครั้งนี้จะนำไปใช้กำหนดทิศทางโจทย์วิจัยด้านการพัฒนาเมืองน่าอยู่ในระยะต่อไป
Share: