TEI ร่วมหารืออำเภอเทิง ขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือ 4 อำเภอ เสริมความพร้อมลดไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน

สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ภายใต้โครงการพัฒนากลไกความร่วมมือขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการร่วมยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) เพื่อลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน (ระยะที่ 2) นำโดย ดร.จีรนุช ศักดิ์คำดวง หัวหน้าโครงการฯ พร้อมด้วยคณะนักวิจัย ร่วมหารือแนวทางการดำเนินงานกับหน่วยงานในพื้นที่ อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนสถานการณ์และร่วมกำหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 รวมถึงการขับเคลื่อนกลไกความร่วมมือระหว่างพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายเอนก ปันทะยม นายอำเภอเทิงเป็นประธานในการประชุม

จากการหารือ ที่ประชุมให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของอาสาสมัครดับไฟป่า พร้อมพิจารณาแนวทางสนับสนุนการทำประกันภัยแก่กลุ่มผู้ปฏิบัติงานจริงในพื้นที่เสี่ยงสูง รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปฏิบัติงานเข้ารับการคัดกรองและรับทราบสิทธิประโยชน์และการเยียวยาที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง การสร้างความตระหนักรู้แก่เด็กและเยาวชน การพัฒนาเทคโนโลยีที่สนับสนุนการป้องกันและดับไฟป่า ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกำลังคนและทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อเสริมสร้างความพร้อมตั้งแต่การป้องกัน การเฝ้าระวัง และการรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการเสริมสร้างกลไกความร่วมมือ 4 อำเภอ โดยเฉพาะการจัดการพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอ การทำแนวกันไฟและการลาดตระเวนร่วมในจุดเสี่ยงหรือพื้นที่เกิดไฟซ้ำซาก เพื่อลดช่องว่างจากปัญหาการแบ่งเขตพื้นที่รับผิดชอบ รวมทั้งการจัดเวทีหารือเพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามแดนให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งการเสริมสร้างอาชีพให้ชุมชนเช่นการเพาะเห็ดและเห็ดไมคอร์ไรซาในพื้นที่ป่า ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบแบบไม่เผา เพื่อสร้างรายได้และแรงจูงใจให้ชุมชนร่วมดูแลป่า รวมถึงการส่งเสริมอาชีพและรายได้เพื่อเปลี่ยนกลุ่มเสี่ยงให้เป็นแนวร่วมในการป้องกันไฟป่า

การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ภายใต้โครงการยุทธศาสตร์ฟ้าใส (CLEAR Sky Strategy) ที่มุ่งสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและชุมชนในการจัดการปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 อย่างบูรณาการ โดยเชื่อมโยงการป้องกันไฟป่า การจัดการพื้นที่เสี่ยง การส่งเสริมอาชีพและการลดการเผา ตลอดจนการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน เพื่อมุ่งสู่การลดปัญหาหมอกควันข้ามแดนอย่างยั่งยืน