จากเกาะสมุยสู่เกาะยาว เชื่อมบทเรียนเครือข่ายเกาะ สู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

พื้นที่เกาะของประเทศไทยมีความหลากหลายทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชุมชน และรูปแบบการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน หลายพื้นที่กำลังเผชิญโจทย์ร่วมกัน ทั้งปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมท่องเที่ยว ข้อจำกัดของระบบจัดเก็บและขนส่ง ต้นทุนการจัดการ รวมถึงความเปราะบางของระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง

บทเรียนจาก “สัมมนาวิชาการชาวเกาะ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ครั้งที่ 4” ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ได้เข้าร่วมกับเครือข่ายที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า การขับเคลื่อนเกาะสู่ความยั่งยืนไม่สามารถดำเนินการเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้ แต่ต้องเชื่อมโยงทั้งการท่องเที่ยว การจัดการขยะ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนบทบาทของชุมชน ท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และภาคีที่เกี่ยวข้อง

จากบทเรียนดังกล่าว เครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทยจึงเดินหน้าต่อยอดสู่ “สัมมนาวิชาการชาวเกาะ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ครั้งที่ 5” ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้น ณ เกาะยาว จังหวัดพังงา ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2570 เพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากเกาะต่าง ๆ และร่วมกันพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่เกาะ

วันที่ 18–19 กันยายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะคณะทำงานวิชาการเครือข่ายเกาะยั่งยืนประเทศไทย โดย ดร.เบญจมาส โชติทอง และคุณพวงผกา ขาวกระโทก ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายลงพื้นที่เกาะยาว จังหวัดพังงา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเนื้อหาและกระบวนการสำหรับการจัดเวทีครั้งที่ 5 พร้อมแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่และประเด็นสำคัญที่จะนำเข้าสู่การเรียนรู้ร่วมกัน

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ TEI สนับสนุน คือ การรวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลจากกิจกรรมเก็บขยะในพื้นที่เกาะกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ข้อมูลจากการเก็บขยะไม่สิ้นสุดเพียงตัวเลขปริมาณขยะ แต่สามารถสะท้อนถึงประเภทขยะ แหล่งกำเนิด รูปแบบการบริโภค ตลอดจนข้อจำกัดของระบบจัดการในแต่ละพื้นที่ และนำไปใช้ประกอบการออกแบบแนวทางจัดการที่เหมาะสมกับบริบทของเกาะ

ข้อมูลและประสบการณ์จากหลายพื้นที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า การจัดการขยะบนเกาะต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง ทั้งการลดการเกิดขยะ การคัดแยก การนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ การจัดระบบรวบรวมและขนส่งที่เหมาะสม รวมถึงการสร้างบทบาทร่วมของผู้ประกอบการ ชุมชน ท้องถิ่น และนักท่องเที่ยว ไม่ใช่มุ่งแก้ปัญหาที่การเก็บหรือกำจัดขยะเพียงปลายทาง

การสัมมนาวิชาการชาวเกาะ ครั้งที่ 5 จึงเป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงบทเรียน “จากเกาะสู่เกาะ” ให้ประสบการณ์ของแต่ละพื้นที่กลายเป็นองค์ความรู้ร่วมของเครือข่าย และนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการท่องเที่ยวและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับศักยภาพและข้อจำกัดของพื้นที่

เพราะการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนเกาะ ไม่ได้หมายถึงเพียงการลดผลกระทบจากนักท่องเที่ยว แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้การท่องเที่ยว คุณภาพชีวิตของชุมชน และการดูแลทรัพยากรธรรมชาติสามารถเดินไปด้วยกันได้ในระยะยาว