ฉลากเขียว สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กลไกขับเคลื่อนการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียววัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ จากในประเทศสู่ระดับภูมิภาค

6–8 ตุลาคม 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) โดย ดร.ฉัตรตรี ภูรัต และ ดร.พงศกร ตรุษทิม เข้าร่วมการประชุม Regional Dialogue on Green Public Procurement: Advancing Industrial Decarbonization in Asia ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการใช้การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Public Procurement: GPP) โดยเน้นความสำคัญของฉลากสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 1 ให้เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างตลาดสำหรับสินค้าและวัสดุคาร์บอนต่ำ และสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม

การประชุมจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของโครงการ Net Zero Partnership for Industrial Decarbonization (NZP-ID) ขององค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) ร่วมกับ Industrial Deep Decarbonization Initiative (IDDI), Agora Industry และ Industrious Labs โดยมีหน่วยงานด้านนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของอินโดนีเซีย (LKPP) เป็นเจ้าภาพ เปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากประเทศในภูมิภาคได้แก่ อินโดนีเซีย อินเดีย บังคลาเทศ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านนโยบาย เครื่องมือ และแนวทางปฏิบัติในการจัดซื้อวัสดุคาร์บอนต่ำ โดยเฉพาะการจ้างงานก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

ตลอดการประชุม มีการหารือถึงบทบาทของ GPP ในการสร้างอุปสงค์สำหรับวัสดุคาร์บอนต่ำ ตลอดจนเครื่องมือสนับสนุนสำคัญ เช่น ฉลากสิ่งแวดล้อม มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และเอกสารแสดงข้อมูลสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ (Environmental Product Declaration: EPD) รวมถึงแนวทางลดคาร์บอนแฝงในวัสดุและอาคาร การพัฒนาระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง ตลอดจนประเด็นด้านนโยบาย การกำกับดูแล ความพร้อมของตลาด ผู้ผลิต และการเสริมสร้างศักยภาพของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อีกทั้งผู้แทนยังได้ร่วมศึกษาดูงานการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในประเทศอินโดนีเซีย เพื่อเรียนรู้บริบทการดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่จริง และเชื่อมโยงกับประเด็นการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดคุณลักษณะวัสดุ และการใช้วัสดุก่อสร้าง

สาระสำคัญจากเวทีเน้นย้ำว่า ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ผู้สร้างตลาด” ผ่านการส่งสัญญาณความต้องการสินค้าและวัสดุคาร์บอนต่ำอย่างต่อเนื่องและน่าเชื่อถือ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถวางแผนการลงทุนและเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนผ่าน โดยการผลักดัน GPP จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการมีนิยามที่ชัดเจน มาตรฐาน ระบบทวนสอบ และข้อมูลคาร์บอนที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้จัดซื้อ

เวทียังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนนโยบายให้เป็นเกณฑ์และข้อกำหนดทางเทคนิคที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ผลิตมีส่วนร่วมตั้งแต่กระบวนการออกแบบนโยบาย พร้อมพัฒนาศักยภาพของหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างและภาคเอกชน ขณะเดียวกัน การพิจารณาข้อเสนอควรคำนึงถึงคุณภาพและสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กับราคา เนื่องจากการใช้เกณฑ์ราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียวอาจเป็นข้อจำกัดต่อการส่งเสริมผลิตภัณฑ์สีเขียว

ในด้านการดำเนินงาน ความพร้อมของห่วงโซ่อุปทานถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยวัสดุคาร์บอนต่ำควรมีจำหน่ายในตลาด ผ่านการรับรอง และมีข้อมูลอยู่ในระบบบัญชีรายการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ระบบจัดซื้อจัดจ้างอิเล็กทรอนิกส์ ระบบฉลากสิ่งแวดล้อม และฐานข้อมูลทางเทคนิคควรสามารถเชื่อมโยงและใช้งานร่วมกันได้ เพื่อรองรับการขยายผล GPP ในอนาคต

นอกจากนี้ การบูรณาการ GPP ควรเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการริเริ่มและออกแบบโครงการ โดยเจ้าของโครงการมีบทบาทสำคัญในการกำหนดคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมของวัสดุไว้ในเอกสารประกวดราคาตั้งแต่ต้น เพื่อให้ข้อกำหนดด้านคาร์บอนต่ำเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นระบบ

ภายในงานยังมีกิจกรรมทบทวนความรู้ด้าน GPP ผ่าน Mentimeter เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมและแลกเปลี่ยนความรู้ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดย ดร.พงศกร ตรุษทิม ได้ร่วมกิจกรรมและได้รับรางวัลอันดับที่ 2

การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ TEI ได้เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านฉลากสิ่งแวดล้อมและการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวเข้ากับประสบการณ์จากประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยสาระและบทเรียนจากการประชุมสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนา GPP ของประเทศไทย ทั้งในด้านเกณฑ์และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ การยกระดับศักยภาพของผู้ซื้อและผู้ผลิต ตลอดจนการใช้กำลังซื้อภาครัฐเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม