ทสม. เชียงราย ร่วมเรียนรู้ NbS ใช้ธรรมชาติรับมือวิกฤตภูมิอากาศ เสริมความเข้มแข็งของชุมชน

20 ตุลาคม 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ภายใต้โครงการ URBAN ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย (ทสจ.) จัดอบรม “Nature-based Solutions (NbS) กับบทบาทพื้นที่ชุ่มน้ำในการตั้งรับปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จังหวัดเชียงราย” ณ โรงแรมคงการ์เด้นท์ วิว รีสอร์ท อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โดยมีเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) จาก 18 อำเภอ เข้าร่วมกว่า 80 คน ได้รับเกียรติจากนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดการอบรม และนายประชัย ศรีจามร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน

เชียงรายกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชน ทั้งสภาพอากาศแปรปรวน ภัยแล้ง น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่ม ขณะเดียวกัน ปัญหาขยะ ฝุ่น PM2.5 การบุกรุกป่า และการทำเกษตรเชิงเดี่ยว ยังส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศและแหล่งน้ำ เสียงสะท้อนจากเครือข่าย ทสม. ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้กระทบเพียงสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งผลต่อผลผลิตทางการเกษตร ต้นทุนการประกอบอาชีพ รายได้ ภาระหนี้สิน และความเป็นอยู่ของครัวเรือนและชุมชน

การเรียนรู้ครั้งนี้จึงมุ่งเชื่อมโยงสถานการณ์ที่ชุมชนเผชิญกับแนวคิดการแก้ไขปัญหาโดยอาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based Solutions: NbS) เพื่อให้เครือข่าย ทสม. มองเห็นบทบาทของระบบนิเวศในการช่วยลดความเสี่ยงและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะ พื้นที่ชุ่มน้ำที่มีบทบาทในการกักเก็บน้ำ ชะลอน้ำหลาก รักษาสมดุลของระบบนิเวศ และเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของชุมชน

กระบวนการเรียนรู้เน้นการมีส่วนร่วมผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์สถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนกิจกรรม “ปัญหาของเรา แก้ด้วยธรรมชาติได้อย่างไร” ที่ชวนเครือข่าย ทสม. ร่วมกันค้นหาแนวทางจัดการปัญหาด้านน้ำ ป่าไม้ ดิน และระบบนิเวศ โดยใช้ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา ควบคู่กับการพิจารณาความเหมาะสมและข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน NbS ไม่ใช่เพียงการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่คือการทำให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์จากธรรมชาติในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม โดยเครือข่าย ทสม. ถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ สถานการณ์ปัญหา และความร่วมมือของคนในชุมชน ไปสู่การพัฒนาแนวทางจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่

การเสริมศักยภาพเครือข่าย ทสม. ทั้ง 18 อำเภอ จึงเป็นอีกก้าวในการสร้างความเข้าใจและต่อยอดแนวคิด NbS สู่แผนงานและกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และจัดการระบบนิเวศในระดับชุมชน เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของจังหวัดเชียงรายในระยะยาว