ถามใจนักการเมืองไทย: พร้อมจริงหรือ!? กับโจทย์ Climate Change เมื่อวิกฤติโลกเดือด (Global Boiling) ไม่ได้แค่ทำให้ร้อน แต่กำลัง "คุกคามชีวิตและปากท้อง" ของประชาชนอย่างรุนแรง! ปัญหาที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า การเมืองไทยรับมือทันการณ์หรือไม่? เช่นกรณีน้ำท่วมหาดใหญ่ น้ำท่วมภาคเหนือ หรือ แม้แต่ฝุ่นPm2.5 นักการเมืองหลายยุค หลายสมัย ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งได้
สภาวะภูมิอากาศสุดขั้วไม่รอการเลือกตั้ง ประเทศไทยจะยังคงถูกคุกคามจากภัยโลกเดือดทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวินาที ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจต้องเร่งฟื้นฟู รวมถึงพื้นที่ที่กำลังหายไปจากภัยธรรมชาติที่กำลังเอาคืน!
ย้อนฟังเสียงประชาชน ใต้เงาภัย Climate Change
เมื่อสภาพภูมิอากาศต่างกันอย่างสุดขั้ว จนเกินกว่าผู้คนธรรมดาจะรับมือไหว "เสียงสะท้อนจากประชาชน" ที่ประมวลจากเวทีภาคประชาสังคมและรายงานสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย ใต้เงาภัย Climate Change
- เกษตรกร: สิ้นหวังกับฤดูกาลที่ผันผวน กะเกณฑ์ไม่ได้ เดี๋ยวแล้งจัด เดี๋ยวท่วมหนัก ผลผลิตเสียหาย รายได้หดหาย เสี่ยงต่อสุขภาพเมื่อต้องสู้แดดร้อนจัด หรือฝุ่นควันเพิ่มขึ้นจากการเผาและอากาศแห้ง
- ผู้ประสบภัยพิบัติ: เจ็บปวดกับการฟื้นฟูชีวิตที่ซ้ำซาก ระบบช่วยเหลือล่าช้า ชีวิตและทรัพย์สินเสียหายประเมินค่าไม่ได้
- คนชายฝั่ง: สูญเสียผืนดินจากคลื่นซัดฝั่งและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและการรุกของน้ำเค็มมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก
- คนเมือง: สำลักฝุ่นพิษ PM2.5 ความแออัดหนาแน่น และเสี่ยงตายจากคลื่นความร้อน (Heatwave) ในป่าคอนกรีต น้ำท่วมขัง น้ำเสียในคูคลองส่งกลิ่นเหม็น
ถึงเวลา "ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด"
โจทย์ใหญ่ที่การเมืองไทยต้องทำทันที สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ขอส่งเสียงแทนประชาชน เสนอแนวทาง Climate Adaptation ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอดเพื่อผลักดันการรับมือกับสภาพภูมิอากาศในระดับนโยบายสอดคล้องกับ แผนการปรับตัวแห่งชาติ (NAP)เพื่อเปลี่ยน "คำสัญญา" ให้เป็นการกระทำที่เป็นรูปธรรมเพื่อความอยู่รอดทั้งภาคการเมืองและประชาชน
1.
ด้านนโยบายและกลไกการบริหาร (Management & Finance)
- กำหนดนโยบายและแผนปฎิบัติการให้ชัดเจนมีระบบติดตามและประเมินผล
- งบประมาณและกองทุน: จัดตั้งกลไกการเงินที่ชัดเจน เพื่อเยียวยา "ความสูญเสียและความเสียหาย" (Loss & Damage) ให้ถึงมือประชาชนไวที่สุด
- กฎหมายศักดิ์สิทธิ์: บังคับใช้หลัก "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" อย่างจริงจัง และป้องกันการฟอกเขียว (Greenwashing)
2.
ด้านการจัดการน้ำ (Water Management)
- ระบบน้ำอัจฉริยะ: บูรณาการข้อมูลน้ำและพยากรณ์น้ำทั้งระบบ แก้เจ็บทั้งน้ำท่วมและภัยแล้ง ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าปีต่อปี
- การจัดการน้ำให้เป็นระบบ ทั้งระบบลุ่มน้ำที่มีความต่อเนื่องและเชื่อมโยงกัน
- ระบบเตือนภัยที่เหมาะสมทันเวลาและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่ มีการฝึกซ้อมเป็นประจำ พร้อมทั้งระบบช่วยเหลือและฟื้นฟูเยียวยาที่ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์
3.
ด้านเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร (Agriculture & Food Security)
- เกษตรเท่าทันภูมิอากาศ: วิจัยและสนับสนุนพันธุ์พืช "สู้โลกเดือด" (ทนแล้ง/ทนน้ำท่วม) ประกันความเสี่ยงให้เกษตรกรไทยลืมตาอ้าปากได้
4.
ด้านสาธารณสุข (Public Health)
- ระบบสุขภาพเชิงรุก: เตรียมพร้อมรับมือโรคอุบัติใหม่ โรคจากความร้อน (Heat Stroke) และภัยเงียบจากฝุ่น PM2.5 ที่บั่นทอนสุขภาพระยะยาว
5.
ด้านการตั้งถิ่นฐาน (Human Settlement)
- เมืองปลอดภัย: ยกระดับมาตรฐานอาคาร (Building Code) ให้ต้านทานภัยพิบัติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวเป็นปอดของเมือง ลดเกาะความร้อน (Urban Heat Island) หรือเมืองที่มีความยืดหยุ่น (Sponge City)
- คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง: มีจุดแสดงพื้นที่อยู่ของกลุ่มเปราะบางแผนอพยพและโซนนิ่งพื้นที่เสี่ยงภัยที่ชัดเจน โดยเฉพาะชุมชนริมน้ำและที่ลาดเชิงเขา
- การวางผังเมืองและผังน้ำให้เหมาะสม และเกิดการบูรณาการในระดับพื้นที่
6.
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources)
- ฟื้นฟูเกราะป้องกันธรรมชาติ: เร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในบริเวณกลางน้ำและป่าชายเลน ให้เป็นกำแพงกันภัยธรรมชาติและแหล่งดูดซับคาร์บอนที่ยั่งยืน พร้อมอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในขณะเดียวกัน
Climate Change คือความมั่นคงรูปแบบใหม่ การเมืองไทยจึงเป็น "ความหวัง" ที่จะขับเคลื่อนนโยบายสิ่งแวดล้อมใหม่ที่ชัดเจนเกิดการปฎิบัติให้เป็นรูปธรรมเพื่อความอยู่รอด ถามอีกครั้ง...
"การเมืองไทย พร้อมแล้วหรือยัง? ที่จะบริหารความเสี่ยง ในยุคโลกเดือด"
แหล่งอ้างอิง
รายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม (สผ.):
https://www.onep.go.th
สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง (ทช.):
https://www.dmcr.go.th
ผลกระทบต่อสุขภาพจากฝุ่นและความร้อน (กรมควบคุมโรค):
https://ddc.moph.go.th
เสียงสะท้อนภาคประชาชนและร่างกฎหมาย Climate Change:
https://www.the101.world/climate-change-act-tara/
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:
https://mgronline.com/greeninnovation/detail/9680000026564
.jpg)
Share: