10 พฤษภาคม วันป่าชายเลนแห่งชาติ

กลุ่มงาน: ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

วันที่ 10 พฤษภาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันป่าชายเลนแห่งชาติ" เพื่อการน้อมนำแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานพระราชดำรัสเกี่ยวกับป่าชายเลนเป็นครั้งแรก เพื่อให้ตระหนักถึงคุณค่าของป่าชายเลน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือในการอนุรักษ์และฟื้นฟู

ป่าชายเลน พื้นที่รอยต่อระบบนิเวศ (Ecotone) ที่เชื่อมระหว่างระหว่างระบบนิเวศทางบก และระบบนิเวศทางทะเลทำหน้าที่เสมือนปราการด่านแรกที่ช่วยดักจับสารแขวนลอยและดูดซับมลพิษจากแผ่นดินก่อนไหลลงสู่ท้องทะเล ระบบนิเวศแห่งนี้อุดมไปด้วยพันธุ์ไม้ที่มีวิวัฒนาการปรับตัวเพื่ออาศัยอยู่ในน้ำกร่อย โดยมีระบบรากที่ซับซ้อนช่วยยึดเกาะดินเลน ป้องกันการกัดเซาะ ลดความรุนแรงของคลื่นลมและน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งหลบภัยและอนุบาลตัวอ่อนสัตว์น้ำ ตลอดจนเป็นแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้กับชุมชนชายฝั่ง

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง ป่าชายเลนถูกมองว่ามีความสำคัญยิ่งขึ้น ด้วยบทบาทการเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน หรือที่เรียกกันว่า "คาร์บอนสีน้ำเงิน" (Blue Carbon) โดยป่าชายเลนสามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้ดีกว่าป่าบกเขตร้อน (Tropical Forests) ถึง 3-5 เท่า ในขนาดพื้นที่ที่เท่ากัน โดยคาร์บอนส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บอย่างยาวนานในชั้นดิน ดังนั้น การทำลายป่าชายเลนจึงไม่ต่างจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณมหาศาลกลับสู่บรรยากาศ

ปัจจุบัน พื้นที่ป่าชายเลนของไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากอดีตที่เคยลดลงอย่างมาก ซึ่งเป็นผลพวงจากการยกเลิกสัมปทานทำไม้และการดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ ภาครัฐยังได้ยกระดับการอนุรักษ์ด้วยการนำแนวคิด Blue Carbon มาผลักดันให้เกิด "โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิต" ซึ่งรับรองโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กลไกนี้เปิดโอกาสให้เอกชนและชุมชนร่วมกันฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลน ควบคู่ไปกับการแบ่งปันผลประโยชน์ (Benefit Sharing) ให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว

เนื่องในวันป่าชายเลนแห่งชาติ การร่วมกันปกป้องระบบนิเวศผืนนี้ จึงไม่ใช่เพียงการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ แต่คือกลไกสำคัญทางธรรมชาติที่สำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำรงไว้ซึ่งความมั่นคงทางนิเวศของโลก
 


เรียบเรียงโดย:
นางสาวณัฐณิชา ยี่ลังกา
นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
ที่มา: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง