5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day)

กลุ่มงาน: ทรัพยากรทางบก

Inspired by Nature, For Climate, For Our Future: แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่ออนาคตของเรา”
วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี ถูกกำหนดเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) มาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1972 ในวันนี้ของทุก ๆ ปี ประชาคมโลกจะรวมตัวกัน เพื่อร่วมทบทวนและประเมินความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับผืนโลก และยังเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกับคุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้

ในปี 2026 นี้ การประชุมเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก จัดขึ้น ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ถูกหยิบยกมาถกกัน ย่อมหนีไม่พ้นประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีธีมหลัก คือ “Inspired by Nature, For Climate, For Our Future” หรือ “แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่ออนาคตของเรา” พร้อมกับแคมเปญระดมพลังผ่านแฮชแท็ก #NowForClimate ซึ่งแสดงจุดยืนในการเปลี่ยนผ่านจากการรับรู้ปัญหา มาสู่การลงมือแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ ([UNEP, 2026a)

#NowForClimate

แคมเปญ #NowForClimate ในที่นี้หมายถึง "ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องทำทันที" เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติสภาพภูมิอากาศ  เนื่องจากหลักฐานทางอุตุนิยมวิทยามากมายแสดงให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่ใช่ภัยคุกคามที่ห่างไกลอีกต่อไป แต่เป็นเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในปัจจุบัน (UNEP, 2026b) แคมเปญนี้จึงย้ำว่าโลกกำลังส่งสัญญาณเตือนภัยที่ไม่อาจมองข้ามได้ ผ่านปัญหาภัยแล้งที่รุนแรง ธารน้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็ว และสภาพอากาศที่แปรปรวนสุดขั้ว อีกทั้งยังเน้นย้ำว่า มนุษยชาติไม่สามารถผลัดวันประกันพรุ่งในการบังคับใช้นโยบายหรือกลยุทธ์ที่จริงจังมากขึ้น เพื่อควบคุมไม่ให้การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงเกินเกณฑ์วิกฤตที่ 1.5 องศาเซลเซียส เทียบกับยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม ได้อีกต่อไป (UNEP, 2026b)

ใช้ธรรมชาติปกป้องเรา (Nature-Based Solutions: NbS)
นอกจากการผลักดันให้เกิดความจริงจังในการกำหนดนโยบายเพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงอุณภูมิของโลกแล้ว เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมปีนี้ ยังมุ่งเน้นการผลักดัน "การแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน" (Nature-Based Solutions: NbS) ให้เป็นกระแสหลัก แทนที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีชั้นสูง แต่ให้เราหันมาให้ความสำคัญและใช้ศักยภาพของธรรมชาติในการกักเก็บคาร์บอนและเป็นกันชนในการปกป้องชุมชนจากภัยพิบัติ (UNEP, 2026a) การฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ การปลูกและขยายแนวป่าชายเลน รวมถึงการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ถูกนำมากล่าวถึงในฐานะป้อมปราการทางเศรษฐกิจด่านแรก ไม่ใช่เพียงแค่การอนุรักษ์อีกต่อไป

เมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Resilient Cities)
ในที่ประชุมยังได้เชื่อมโยงการอนุรักษ์ธรรมชาติเข้ากับนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายความยั่งยืนที่แท้จริง โดยมีการกล่าวถึงแนวคิดเมืองที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง (Resilient Cities) โดยระบุว่า ศูนย์กลางของเมืองใหญ่จะต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สภาพแวดล้อมที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ เช่น การนำแนวคิด "เมืองฟองน้ำ" (Sponge City) มาใช้เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลัน การยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ที่ควบคุมด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาดทางเลือก เช่น ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) เป็นต้น (UNEP, 2026a)

จากแคมแปญสิ่งแวดล้อมโลก สู่ทางรอดสิ่งแวดล้อมไทย
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ในฐานะหน่วยงานที่ผลักดันด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน การสนับสนุนการปรับตัวด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีความพยายามในการผลักดันสังคมให้ไทยให้รู้เท่าทันวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสามารถปรับตัวให้สามารถอยู่รอดได้ท่ามกลางวิกฤติโลกเดือดนี้ ดังแคมเปญ “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” ซึ่งทาง TEI ได้พยายามผลักดันเสมอมา

สัญญาณจากการประชุมประชาคมโลกเนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลกคราวนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้คนไทยต้องปรับตัวอย่างจริงจังกันตั้งแต่วันนี้ ตามแคมเปญ #NowForClimate เริ่มจากวันนี้เพื่อฝ่าวิกฤติสภาพภูมิอากาศไปด้วยกัน
 


เรียบเรียงโดย
ญาณิศา งามสอาด
นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
เอกสารอ้างอิง
United Nations Environment Programme [UNEP]. (2026a). World Environment Day 2026: About the Host and Theme. United Nations.
United Nations Environment Programme [UNEP]. (2026b). Official Global Campaign Portal: #NowForClimate.