17 มิถุนายน วันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก

กลุ่มงาน: ทรัพยากรทางบก

ภัยแล้ง: ภัยที่คุกคามความมั่นคงของมนุษย์
ทุกวันนี้ วิกฤตสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงและแผ่ขยายวงกว้างทั่วทุกภูมิภาคของโลกอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน  ทั้งคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติ ภัยพิบัติที่เกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น นั่นคือสัญญาณเตือนภัยจากธรรมชาติ

"ภัยแล้ง" เป็นปรากฏการณ์หนึ่งของสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ที่เกิดจากสภาวะแห้งแล้งผิดปกติอย่างต่อเนื่อง จนทำลายสมดุลของวัฏจักรน้ำและสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศ องค์การสหประชาชาติ (United Nations) จึงได้กำหนดให้วันที่ 17 มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก (World Day to Combat Desertification and Drought) เพื่อกระตุ้นให้ประชากรทั่วโลกตระหนักถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามา

เมื่อภัยแล้งทวีความรุนแรง แหล่งน้ำเหือดแห้ง พื้นที่เกษตรกรรมไม่สามารถให้ผลผลิตได้ และทรัพยากรธรรมชาติร่อยหรอลง ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องของสภาพอากาศ ผู้คนจำนวนมากย่อมเผชิญกับความเสี่ยงด้านรายได้และคุณภาพชีวิต นำไปสู่ความเปราะบางทางเศรษฐกิจและสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง และกำลังบีบคั้นให้ผู้คนจำนวนมากต้องละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนและชุมชนของตนเอง เพื่อแสวงหาน้ำสะอาด อาหาร และความปลอดภัยในชีวิต

ภัยแล้งจึงไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพอากาศที่แห้งแล้งอีกต่อไป หากแต่เป็น “วิกฤตการณ์ความมั่นคงของมนุษย์” ที่ก่อให้เกิดการพลัดถิ่น ขับเคลื่อนการย้ายถิ่นฐานอย่างไม่เต็มใจ และกลายเป็นตัวเร่งที่ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมโลกให้รุนแรงยิ่งขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับปี 2569 วันต่อต้านปัญหาภัยแล้งและฝนแล้งของโลก ได้มุ่งไปที่ “พื้นที่ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์” (Rangelands) ซึ่งเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและมีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางอาหาร การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยรณรงค์ภายใต้แนวคิด “Rangelands: Recognize. Respect. Restore.” หรือ “ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์: ตระหนักรู้ เคารพ และฟื้นฟู”

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับการที่ประเทศมองโกเลียเป็นเจ้าภาพการประชุม UNCCD COP17 ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2569 ซึ่งเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่กว่า 1.56 ล้านตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่เกือบร้อยละ 77 ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูที่ดินและทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ดังถ้อยแถลงของ Mrs. Yasmine Fouad เลขาธิการบริหารอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (UNCCD) ในการประชุม UNCCD COP17 ว่า “ที่ดินเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร น้ำ การดำรงชีพ และเสถียรภาพของสังคม การฟื้นฟูที่ดินจึงไม่ใช่เพียงวาระด้านสิ่งแวดล้อม แต่เป็นวาระสำคัญด้านการพัฒนา การสร้างความยืดหยุ่นของชุมชน และการเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในระยะยาว”

ในการรับมือกับความท้าทายดังกล่าว สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ในฐานะองค์กรคลังสมองด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศ พัฒนาแนวทางการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม แนวทางหนึ่งคือ การส่งเสริมแนวทางการประยุกต์ใช้แนวคิด Nature-based Solutions (NbS) ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการเกษตร ให้ธรรมชาติสามารถกลับมาทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และสร้างความมั่นคงให้แก่ผืนดิน แหล่งน้ำ และคุณภาพชีวิตของผู้คนได้ต่อไป
 


ผู้เรียบเรียง:
นางสาวปิยาภัทร์ จอมพงค์
นักวิจัย สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
แหล่งอ้างอิง:
UNHCR ประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ภัยแล้ง วิกฤตรุนแรงที่ทำให้คนพลัดถิ่น ทรมานจากความอดอยาก. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2569, จาก https://www.unhcr.org/th/drought
United Nations Convention to Combat Desertification (UNCCD). (2026). UNCCD 17th session of the Conference of the Parties (COP17). Retrieved June 12, 2026, from https://www.unccd.int/cop17
United Nations Convention to Combat Desertification (UNCCD). (2026). Desertification and Drought Day 2026: Rangelands: Recognize. Respect. Restore. Retrieved June 12, 2026, from https://www.unccd.int/events/desertification-drought-day/2026