จังหวัดท่องเที่ยวอย่างกระบี่มีโจทย์การจัดการขยะที่ซับซ้อน ปริมาณขยะเปลี่ยนแปรตามฤดูกาลท่องเที่ยว การเดินทาง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจด้วย
เวทีการสัมมนา “Krabi Go Green: ร่วมยกระดับการจัดการขยะมูลฝอยจังหวัดกระบี่” ซึ่งสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ภายใต้โครงการเสริมสร้างการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในอาเซียน–จีน โดยการสนับสนุนจาก Earth Care Foundation นั้น ก็เพื่อเชื่อมโยงนโยบายของประเทศ บทเรียนจากอาเซียนและจีน และประสบการณ์ของพื้นที่ มาสู่การออกแบบแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของกระบี่
การสัมมนาได้รับเกียรติจาก คุณอังกูร ศีลาเทวกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจัดการขยะต่อทิศทางการพัฒนาจังหวัดและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
ขณะที่ คุณสาโรจน์ ไชยมาตร ท้องถิ่นจังหวัดกระบี่ และ ดร.พิรียุตม์ วรรณพฤกษ์ ที่ปรึกษาโครงการ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ร่วมถ่ายทอดทิศทางการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศและการเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์จังหวัดกระบี่ ตั้งแต่การลดและคัดแยกขยะที่ต้นทาง การใช้ประโยชน์จากวัสดุให้หมุนเวียนในระบบ ไปจนถึงการยกระดับระบบเก็บขนและกำจัดให้ได้มาตรฐาน โดยมีหัวใจสำคัญคือความรับผิดชอบร่วมกัน
คุณพวงผกา ขาวกระโทก ผู้จัดการโครงการอาวุโส TEI ได้นำเสนอบทเรียนจากกว่า 30 กรณีศึกษา ทั้งในประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ไม่มีระบบจัดการขยะรูปแบบเดียวที่ใช้ได้กับทุกพื้นที่ ความสำเร็จเกิดจากการออกแบบระบบให้สอดคล้องกับบริบท มีการคัดแยกที่เชื่อมต่อกับระบบรองรับจริง จัดการขยะอินทรีย์ใกล้แหล่งกำเนิด และมีกลไกทางเศรษฐกิจหรือแรงจูงใจที่ทำให้ประชาชน ธุรกิจ และท้องถิ่นสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับจังหวัดท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือการมองให้เห็น “ผู้ก่อขยะและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด”
นอกจากนี้ ยังได้มีการเชื่อมโยงมุมมองจากระดับจังหวัดและประสบการณ์ของพื้นที่ ทั้งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกระบี่ เทศบาลเมืองกระบี่ เทศบาลตำบลเหนือคลอง เทศบาลตำบลศาลาด่าน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะลันตา และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน Re-Root เกาะลันตา ดำเนินรายการโดย ดร.เบญจมาส โชติทอง จาก TEI
บทเรียนประการหนึ่งจากพื้นที่สะท้อนตรงกันว่า ต้องให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า “แยกแล้ว ไม่กลับไปรวมกัน” และมีระบบรองรับวัสดุที่คัดแยกแต่ละประเภทอย่างชัดเจน ตั้งแต่เศษอาหาร ขยะรีไซเคิล พลาสติก ไปจนถึงขยะที่ต้องส่งกำจัด ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นทั้งผู้ใช้ทรัพยากรและแหล่งกำเนิดขยะสำคัญ ต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่เพียงผู้สนับสนุนกิจกรรมเป็นครั้งคราว
สำหรับผลการแลกเปลี่ยนและร่วมกันระดมความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมเวทีใรครั้งนึ้ ได้ครอบคลุมทั้งการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง การจัดการเศษอาหารและขยะอินทรีย์ การจัดการขยะรีไซเคิลและพลาสติก การพัฒนาระบบบริหารจัดการขยะมูลฝอยระดับจังหวัดและท้องถิ่น ซึ่งจะนำไปสู่การขับเคลื่อนในระดับจังหวัดอย่างเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อน Krabi Go Green จึงต้องเปลี่ยนจากกิจกรรมรายพื้นที่ไปสู่กลไกความร่วมมือระดับจังหวัด โดยเชื่อมโยงบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และชุมชน ให้ร่วมกันลด คัดแยก ใช้ประโยชน์ และจัดการขยะอย่างเป็นระบบ
เพราะเป้าหมายของ Krabi Go Green ไม่ใช่เพียงทำให้กระบี่สะอาดขึ้น แต่คือการทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเดินหน้าไปพร้อมกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
Share: