TEI ร่วมกับ พัฒนาชุมชนอำเภอเวียงแก่นจัดอบรม “1 เทศบาล 1 โรงเห็ดโมเดล” ส่งเสริมการใช้เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ลดการเผา สร้างรายได้ให้ชุมชน

 25-26 มีนาคม 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน โดยนางสาววิลาวรรณ น้อยภา หัวหน้าโครงการฯ ได้หมอบหมายให้คณะวิจัยร่วมกับสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน "1 เทศบาล 1 โรงเห็ดโมเดล" ให้แก่เกษตรกรและผู้นำชุมชนในพื้นที่อำเภอเวียงแก่น โดยมีนายสันต์ณรงค์ วีระชาติ ผู้ใหญ่บ้านป่าจั่น ตำบลเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย เป็นวิทยากรให้ความรู้พร้อมทั้งลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปต่อยอดได้ในอนาคต

กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่เกษตรกรในพื้นที่นำร่อง 4 ตำบลในอำเภอเวียงแก่น จัดทำโรงเรือนเห็ดลดเผา 8 ต้นแบบ ได้แก่ เกษตรกรบ้านขวากเหนือ บ้านท่าข้าม ในพื้นที่เทศบาลตำบลท่าข้าม เกษตรกรบ้านหล่ายงาว บ้านทุ่งทราย ในพื้นที่เทศบาลตำบลหล่ายงาว เกษตรกรบ้านม่วงยาย บ้านม่วง ในพื้นที่เทศบาลตำบลม่วงยาย เกษตรกรบ้านปอ บ้านปอกลางในพื้นที่เทศบาลตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย ในการอบรมมีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการก่อสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดด้วยวัสดุท้องถิ่น เช่น ไม้ไผ่ ซึ่งเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย มีต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับบริบทของชุมชน พร้อมทั้งสาธิตขั้นตอนการออกแบบและลงมือปฏิบัติจริง รวมถึงการสาธิตการเพาะเห็ดจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ได้แก่ เปลือกข้าวโพด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เน้นการนำวัสดุเหลือใช้ มาเป็นวัตถุดิบในการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ซึ่งเป็นแนวทางที่ช่วยลดการเผาในพื้นที่การเกษตร อันเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาไฟป่าและหมอกควัน รวมถึงช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมอาชีพและสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนในชุมชน ผ่านการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบระดับท้องถิ่น ที่สามารถขยายผลสู่ชุมชนอื่นได้ในอนาคต

การดำเนินกิจกรรมดังกล่าว สะท้อนถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน ในการร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการลดการเผาในพื้นที่การเกษตร ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ และการพัฒนาองค์ความรู้สู่ชุมชนผ่านครัวเรือนต้นแบบ ทั้งนี้ ยังเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนในระยะยาว